|
ก.พ. 08
2010
|
การเผยความลับที่เก็บไว้Posted by pdewit in Untagged |
ผมรู้ว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับใครบางคน คือการเผยความลับที่เก็บไว้ออกมาในที่แจ้ง เป็นความน่าอับอายที่คนมากมายรู้เรื่องนั้น คงมีคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจ อย่างเช่น "จะมีการลงโทษไหม เราต้องสูญเสียสิ่งที่เราพยายามเพื่อมันมาตลอดหรือเปล่า ชื่อเสียงของเราจะด่างพร้อยหรือไม่ เราจะได้รับความเมตตาบ้างไหม เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกหรือเปล่า"
หลายปีก่อนหน้านี้ เพื่อนของผมต้องเผชิญกับความรู้สึกผิดและการสารภาพที่โหดร้าย เขาถูกทำให้ต้องสารภาพเรื่องน่าอายที่สุดต่อหน้าคริสตจักร เขาถูกปลดจากตำแหน่ง มีบทลงโทษเพิ่มขึ้นอีกเพราะเขาไม่ได้สารภาพทั้งหมด หลายคนที่เคยรักและเดินไปกับเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป จากนั้นไม่นาน เขาตายด้วยโรคหัวใจล้มเหลวขณะที่อายุ 44 ปี ผมตกใจ เสียใจ ไม่คิดว่าจะลงเอยแบบนี้
ในตอนที่เขาล้มลง ผมต้องหาวิธีพูดที่ดีเนื่องจากผมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมากไปด้วยนโยบายกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรักษาความประพฤติที่ถูกต้อง ผมอยู่ในความบริสุทธิ์ทั้งคำพูดและการกระทำ ด้านอุดมคติของผมบอกว่า "ใช่ เราต้องดำเนินชีวิตอยู่เหนือความล้มเหลวและความบาป" ความจริงแล้วผมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชีวิตแต่งงานของผม รวมถึงไม่ต่อต้านบทลงโทษหากมีการทำผิดพลาด เพื่อเป็นแบบอย่างคุณจะผิดพลาดไม่ได้ ด้านชีวิตจริงของผมรู้ว่า มันจะมีการล้มเหลว จริงๆ แล้วผมก็เคยเห็นและเคยมีประสบการณ์ความล้มเหลวในทุกรูปแบบและทุกระดับ ผมทำยังไงเหรอ ผมไม่ชอบวิธีของ "การลงโทษ" เอาซะเลย ผมชอบ "พระคุณที่ช่วยฟื้นฟู" มากกว่า ความรู้สึกจากใจของผมถามว่า "กระบวนการฟื้นฟูที่ดีที่สุดน่าจะเป็นแบบไหน" ผมคิดว่าคำถามนี้คงมีการถกเถียงกันมาหลายศตวรรษแล้ว
ผมชอบคำของ กอร์ดอน แมคโดนัลด์ ที่ว่า "ของประทานพระคุณไม่ได้ให้คริสเตียนคนใดมีโอกาส ‘เป็นเจ้าเหนือชีวิต' ของอีกคน ไม่ได้มีคำแนะนำว่า ผู้ให้พระคุณเป็นชนชั้นอันดับหนึ่งของสังคม และผู้รับพระคุณอยู่รองลงมา ในสภาวะความเป็นมนุษย์ เราทุกคนมักจะส่งสัญญาณแบบนั้นออกมาเรื่อยๆ"
สัญญาณที่ผมอยากจะส่งให้ลูกๆ และสมาชิกในคริสตจักรของผมรวมถึงผู้นำของผม คือ พระคุณ ความกรุณา สันติสุข และ ความเมตตา ผู้คนที่ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากเมื่อมีความล้มเหลวเกิดขึ้น ผมอยากจะชี้นิ้วตัดสินกับสภาพการณ์และเรื่องราวทั้งหมด แต่นี่คือสิ่งที่ผมรักในองค์พระผู้เป็นเจ้าของผม ผมรักที่พระเยซูไม่กล่าวโทษหญิงโสเภณี พระองค์ตักเตือนแต่ไม่ดูถูก ผมรักคำอุปมาที่ลูกชายคนเล็กกลับมาและได้รับการฟื้นฟู คนรับใช้ถูกสั่งให้เอาเสื้อคลุม รองเท้า และแหวนมาสวมใส่ให้บุตรชายเหลวแหลกคนนี้ เรื่องราวแสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็นบุตรคนสำคัญที่คนรับใช้ต้องให้ความเคารพ บิดาในเรื่องนี้ช่างยอดเยี่ยม!!
ไม่ใช่ว่าจะไม่มีขั้นตอนในการฟื้นฟู ต้องมี แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ การปกป้องชื่อเสียงของผู้ที่ทำผิด ผมเป็นห่วงเรื่องอนาคตของคนนั้นมากกว่าสิ่งอื่นใด ไม่ควรมีการเหยียดหยาม พระเจ้าไม่ได้มองดูเราด้วยสายตาแห่งความผิดหวังแต่ด้วยความหวังและความคาดหวัง ผมมีสายตาแบบนั้นหรือเปล่า

